แชร์

Passive income กับ Active income เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

อัพเดทล่าสุด: 24 ต.ค. 2024
291 ผู้เข้าชม

รายได้แบบ Passive Income กับ Active Income: แตกต่างกันอย่างไร?

    รายได้แบบ Passive Income (รายได้แบบไม่ต้องลงแรง) และ Active Income (รายได้แบบต้องลงแรง) เป็นสองรูปแบบของรายได้ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

รายได้แบบ Active Income (รายได้แบบต้องลงแรง)

ความหมาย: คือรายได้ที่ได้มาจากการทำงานโดยตรง เช่น การทำงานประจำ, การทำธุรกิจส่วนตัวที่ต้องลงแรงในการทำงานประจำวัน, หรือการให้บริการต่างๆ ที่ต้องใช้เวลาและความพยายาม

ลักษณะ

  • ต้องใช้เวลาและแรงกายแรงใจในการทำงาน
  • รายได้จะหยุดเมื่อหยุดทำงาน
  • ตัวอย่าง: เงินเดือนประจำ, ค่าคอมมิชชั่นจากการขายสินค้า, ค่าจ้างรายวัน

ข้อดี

  • ได้รับรายได้อย่างสม่ำเสมอ
  • พัฒนาตนเองได้จากการทำงาน
  • มีความมั่นคงในรายได้ (ในบางกรณี)

ข้อเสีย

  • ต้องใช้เวลาและแรงกายแรงใจในการทำงานอย่างต่อเนื่อง
  • รายได้จำกัดอยู่กับเวลาที่ทำงาน
  • หากหยุดทำงาน รายได้ก็จะหายไป

รายได้แบบ Passive Income (รายได้แบบไม่ต้องลงแรง)

ความหมาย: คือรายได้ที่ได้มาจากทรัพย์สินหรือระบบที่สร้างขึ้นมา โดยไม่ต้องลงแรงทำงานประจำวัน

ลักษณะ

  • ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการทำงานประจำวัน
  • รายได้ยังคงมีเข้ามาแม้จะไม่ได้ทำงาน
  • ตัวอย่าง: ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์, ดอกเบี้ยเงินฝาก, รายได้จากการลงทุนในหุ้น, รายได้จากการขายสินค้าออนไลน์แบบ dropshipping

ข้อดี

  • สร้างความมั่งคั่งในระยะยาว
  • มีอิสระทางเวลา
  • ไม่จำเป็นต้องแลกกับเวลาในการทำงาน

ข้อเสีย

  • ต้องใช้เงินลงทุนเริ่มต้น
  • ต้องใช้เวลาในการสร้างระบบ
  • มีความเสี่ยงในการลงทุน

การสร้างรายได้แบบ Passive Income เป็นเป้าหมายของหลายๆ คน เนื่องจากช่วยให้อิสระทางเวลาและสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การสร้างรายได้แบบ Passive Income ต้องใช้ความรู้และการวางแผนที่ดี

คำแนะนำ

  • ศึกษาหาความรู้: ก่อนเริ่มต้นลงทุนในรายได้แบบ Passive Income ควรศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการลงทุนประเภทต่างๆ ให้ละเอียด
  • วางแผนการเงิน: กำหนดงบประมาณและเป้าหมายในการสร้างรายได้
  • เริ่มต้นจากน้อยๆ: เริ่มต้นลงทุนในจำนวนเงินที่สามารถรับความเสี่ยงได้สร้างความหลากหลาย: กระจายการลงทุนไปในหลายๆ ช่องทางเพื่อลดความเสี่ยง





BY: MANthi

ที่มา: Gemini


บทความที่เกี่ยวข้อง
การใช้ Macro ใน Excel เพื่อลดการทำงาน
Macro ใน Excel เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถบันทึกและรันชุดคำสั่งอัตโนมัติได้ ช่วยลดเวลาการทำงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ และลดข้อผิดพลาดที่เกิดจากการทำงานด้วยตนเอง
RUTKUNG
3 เม.ย. 2025
Computer Vision ตรวจจับสินค้าชำรุดได้อย่างไร?
ในยุคอุตสาหกรรม 4.0 เทคโนโลยี Computer Vision ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบคุณภาพสินค้าอย่างแม่นยำและรวดเร็ว โดยเฉพาะในการตรวจจับสินค้าชำรุดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการผลิต เทคโนโลยีนี้ช่วยลดข้อผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์และเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบคุณภาพสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
S__2711596.jpg BS&DC SAI5
2 เม.ย. 2025
AGV (Automated Guided Vehicles) และ AMR (Autonomous Mobile Robots) คืออะไร?
ในโลกของอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ การใช้ระบบอัตโนมัติช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างมาก AGV (Automated Guided Vehicles) และ AMR (Autonomous Mobile Robots) เป็นเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขนส่งภายในโรงงานและคลังสินค้า แต่ทั้งสองระบบมีความแตกต่างกันอย่างไร? มาทำความเข้าใจไปพร้อมกัน
S__2711596.jpg BS&DC SAI5
1 เม.ย. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ