AI Driven Marketing ตัวอย่างการทำงานร่วมกันของ AI และ Marketer
อัพเดทล่าสุด: 24 ก.พ. 2025
90 ผู้เข้าชม
ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบัน นวัตกรรม AI เข้ามามีบทบาทมีชีวิตประจำวันมากขึ้นทุก ๆ วัน ทั้งในแง่ของความบันเทิง สุขภาพ และเศรษฐกิจ นักการตลาดอย่างเราจึงต้องปรับตัวและเรียนรู้การทำงานหลาย ๆ รูปแบบร่วมกับ AI อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หนึ่งในวิธีชนะใจลูกค้าคือการรู้ใจลูกค้ามากที่สุด AI เองก็เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราได้เปรียบในจุดนั้นได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะในธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ สร้างความโดดเด่นในตลาด และกลายเป็นเบอร์ 1 ในแวดวงคู่แข่งได้ไม่ยาก เราไปดูกันเลยว่า AI Driven Marketing คืออะไร สำคัญแค่ไหนกับการทำการตลาดในปัจจุบัน พร้อมเรียนรู้กันตัวอย่างไปพร้อม ๆ กันเลย!
AI Driven Marketing คืออะไร ?
AI Driven Marketing คือการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล โดยเป็นการรวบรวม วิเคราะห์ และการสังเกตทั้งกลุ่มเป้าหมายหรือแนวโน้มของเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต เพื่อใช้การทำตลาดในยุคปัจจุบัน เช่น รวบรวมข้อมูลจากโปรไฟล์ของลูกค้าและตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทรนด์ต่าง ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อการทำการตลาดเพื่อที่จะเรียนรู้วิธีการสื่อสารกับลูกค้าได้ดีที่สุด หลังจากนั้นจึงปรับให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย (Personalized Marketing) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพที่สูงสุด
อีกทั้ง AI Driven Marketing ยังวิเคราะห์ผลลัพธ์และเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญการตลาดได้ด้วยการรวบรวมข้อมูลจากแคมเปญที่เราทำเพื่อไปปรับแต่งข้อความหรือรูปแบบ เพิ่มความสร้างสรรค์ในการนำเสนอ คาดเดาพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถทำแคมเปญได้อยากมีประสิทธิภาพมากที่สุดโดยไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูก
เจาะลึกประโยชน์ของ AI Driven Marketing ต่อธุรกิจ
ปัจจุบัน AI Driven Marketing สามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น
-การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ การวางแผนการตลาด
-การทำโซเชียลมีเดีย การจัดการโฆษณาหรือการพัฒนาแคมเปญที่สามารถทำได้แบบอัตโนมัติ ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่ไม่จำเป็นได้เป็นอย่างดี
-กำหนดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น ช่วยให้กลุ่มเป้าหมายเห็นคอนเทนต์สินค้าที่ใกล้เคียงกับความชอบ ไลฟ์สไตล์ที่ใช่มากที่สุด เพื่อเพิ่มแนวโน้มที่จะสามารถปิดการขายได้
-เข้ากันได้กับหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอาหาร การบริการ ก่อสร้าง ของใช้ทั่วไป โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องใช้พนักงานขายหรือมีการปรับเปลี่ยนโปรโมชั่นอยู่เป็นประจำ
-เรียนรู้ พัฒนา ทำงาน และทำนายได้อย่างสม่ำเสมอตลอด 24 ชั่วโมงเพียงแค่ติดตั้งโปรแกรม สามารถส่งกำลังคนไปทำหน้าที่อื่นได้ ไม่ต้องเสียเวลาทำงานซ้ำ ๆ ตลอดทั้งวัน
ปัจจุบัน AI Driven Marketing สามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น
-การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ การวางแผนการตลาด
-การทำโซเชียลมีเดีย การจัดการโฆษณาหรือการพัฒนาแคมเปญที่สามารถทำได้แบบอัตโนมัติ ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่ไม่จำเป็นได้เป็นอย่างดี
-กำหนดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น ช่วยให้กลุ่มเป้าหมายเห็นคอนเทนต์สินค้าที่ใกล้เคียงกับความชอบ ไลฟ์สไตล์ที่ใช่มากที่สุด เพื่อเพิ่มแนวโน้มที่จะสามารถปิดการขายได้
-เข้ากันได้กับหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอาหาร การบริการ ก่อสร้าง ของใช้ทั่วไป โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องใช้พนักงานขายหรือมีการปรับเปลี่ยนโปรโมชั่นอยู่เป็นประจำ
-เรียนรู้ พัฒนา ทำงาน และทำนายได้อย่างสม่ำเสมอตลอด 24 ชั่วโมงเพียงแค่ติดตั้งโปรแกรม สามารถส่งกำลังคนไปทำหน้าที่อื่นได้ ไม่ต้องเสียเวลาทำงานซ้ำ ๆ ตลอดทั้งวัน
ตัวอย่างการใช้ AI Driven Marketing จริงในภาคธุรกิจ
หลังจากรู้จักกับ AI Driven Marketing เรามาดูกันว่าเมื่อภาคธุรกิจชั้นนำนำเครื่องมือนี้ไปใช้จริงจะเป็นอย่างไร
ตัวอย่างแรกคือ แอปพลิเคชัน Tiktok ที่มีการใช้ AI อยู่เบื้องหลังโดย AI จะทำการวิเคราะห์และจะคัดกรองคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสม เช่น ความรุนแรง หรืออนาจารต่าง ๆ ก็จะถูกลบออก คอนเทนต์ซ้ำกันหรือผิดลิขสิทธิ์ก็จะถูกปิดกั้นการมองเห็น ก่อนจะส่งวิดีโอไปยังผู้ใช้งานตามความเหมาะสม และยิ่งวิดีโอไหนที่คนให้ความสนใจมากก็จะยิ่งเข้าถึงผู้คนจำนวนมาก ซึ่งแน่นอนว่าจะมีการทำการตลาดแฝงเพิ่มเข้ามาด้วย ในตอนที่ผู้ใช้งานดูวิดีโออัลกอริทึมของ Tiktok ก็จะดันโฆษณาที่มีความเกี่ยวข้องหรือตรงกับความเชื่อมโยงกับผู้ใช้งานเพื่อเพิ่มโอกาสในการซื้อขายที่มากขึ้น
อีกหนึ่งแอปพลิเคชันฟังเพลงชื่อดังที่หลาย ๆ คนอาจจะเคยใช้บริการ คือ Spotify ที่ใช้ AI ในการสร้างเพลย์ลิสต์สำหรับลูกค้าแต่ละรายโดยดูจากข้อมูลที่ผู้ใช้บริการเคยฟัง ทั้งประเภทเพลงหรือข้อมูลต่างๆ และนำชุดข้อมูลเหล่านี้มาสร้างเป็นเพลย์ลิสต์เฉพาะบุคคลหรือการคาดเดาเพลงที่ผู้ใช้บริการน่าจะชอบ การที่ Spotify ให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ลูกค้าผ่านการทำ Personalized Marketing ทำให้ Spotify กลายเป็นบริการ Music streaming ชั้นนำของโลกนั่นเอง
หลังจากรู้จักกับ AI Driven Marketing เรามาดูกันว่าเมื่อภาคธุรกิจชั้นนำนำเครื่องมือนี้ไปใช้จริงจะเป็นอย่างไร
ตัวอย่างแรกคือ แอปพลิเคชัน Tiktok ที่มีการใช้ AI อยู่เบื้องหลังโดย AI จะทำการวิเคราะห์และจะคัดกรองคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสม เช่น ความรุนแรง หรืออนาจารต่าง ๆ ก็จะถูกลบออก คอนเทนต์ซ้ำกันหรือผิดลิขสิทธิ์ก็จะถูกปิดกั้นการมองเห็น ก่อนจะส่งวิดีโอไปยังผู้ใช้งานตามความเหมาะสม และยิ่งวิดีโอไหนที่คนให้ความสนใจมากก็จะยิ่งเข้าถึงผู้คนจำนวนมาก ซึ่งแน่นอนว่าจะมีการทำการตลาดแฝงเพิ่มเข้ามาด้วย ในตอนที่ผู้ใช้งานดูวิดีโออัลกอริทึมของ Tiktok ก็จะดันโฆษณาที่มีความเกี่ยวข้องหรือตรงกับความเชื่อมโยงกับผู้ใช้งานเพื่อเพิ่มโอกาสในการซื้อขายที่มากขึ้น
อีกหนึ่งแอปพลิเคชันฟังเพลงชื่อดังที่หลาย ๆ คนอาจจะเคยใช้บริการ คือ Spotify ที่ใช้ AI ในการสร้างเพลย์ลิสต์สำหรับลูกค้าแต่ละรายโดยดูจากข้อมูลที่ผู้ใช้บริการเคยฟัง ทั้งประเภทเพลงหรือข้อมูลต่างๆ และนำชุดข้อมูลเหล่านี้มาสร้างเป็นเพลย์ลิสต์เฉพาะบุคคลหรือการคาดเดาเพลงที่ผู้ใช้บริการน่าจะชอบ การที่ Spotify ให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ลูกค้าผ่านการทำ Personalized Marketing ทำให้ Spotify กลายเป็นบริการ Music streaming ชั้นนำของโลกนั่นเอง
สรุป
AI Driven Marketing เข้ามามีบทบาทสำคัญกับการทำการตลาดยุคใหม่มาก ไม่ว่าจะเป็นการช่วยให้เราเจาะกลุ่มเป้าหมายแม่นยำมากขึ้นในการนำเสนอสินค้าและบริการให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย หรือจะเป็นการที่เราสามารถสั่งให้ AI ทำงานได้ตลอด 24 ชม. ไม่ต้องเสียแรงทำเองอีกต่อไป อีกทั้งตัว AI ยังมีการอัปเดตและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา จึงไม่ต้องกังวลเลยว่าประสิทธิภาพจะไม่เทียบเท่ากับการลงมือทำเอง
AI Driven Marketing เข้ามามีบทบาทสำคัญกับการทำการตลาดยุคใหม่มาก ไม่ว่าจะเป็นการช่วยให้เราเจาะกลุ่มเป้าหมายแม่นยำมากขึ้นในการนำเสนอสินค้าและบริการให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย หรือจะเป็นการที่เราสามารถสั่งให้ AI ทำงานได้ตลอด 24 ชม. ไม่ต้องเสียแรงทำเองอีกต่อไป อีกทั้งตัว AI ยังมีการอัปเดตและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา จึงไม่ต้องกังวลเลยว่าประสิทธิภาพจะไม่เทียบเท่ากับการลงมือทำเอง
BY : Jim
ที่มา : https://nipa.co.th/th/article/digital-marketing/ai-driven-marketing
บทความที่เกี่ยวข้อง
ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ระบบขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากการผสานปัญญาประดิษฐ์ (AI) และยานพาหนะไร้คนขับ (Autonomous Vehicles)
3 เม.ย. 2025
ในยุคที่อุตสาหกรรมการผลิตก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ปัญหาด้านคุณภาพของบรรจุภัณฑ์ เป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ บรรจุภัณฑ์ที่มีตำหนิหรือข้อผิดพลาดอาจส่งผลต่อประสบการณ์ของลูกค้าและชื่อเสียงของแบรนด์ ด้วยเหตุนี้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาระบบตรวจสอบบรรจุภัณฑ์อัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้การผลิตมีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
3 เม.ย. 2025
ในปัจจุบัน ปัญหาสินค้าปลอมแปลงเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อทั้งธุรกิจและผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแฟชั่น เครื่องสำอาง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือแม้แต่ยาและอาหาร สินค้าปลอมแปลงไม่เพียงแต่ทำให้บริษัทสูญเสียรายได้ แต่ยังอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค ด้วยเหตุนี้ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จึงถูกนำมาใช้ในการช่วยตรวจสอบและป้องกันสินค้าปลอมแปลงอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
3 เม.ย. 2025